บทที่ 6 บ้านใหม่
บทที่ 6
บ้านใหม่
ข้างหน้าของอี้ผิงคือกำแพงจวนที่สร้างขึ้นจากก้อนหินขนาดใหญ่ถูกนำมาตัดแบ่งเป็นก้อน ๆ แล้ววางซ้อนกันจนเป็นกำแพง ความสูงราวสองเมตรเห็นจะได้ ส่วนความกว้างคือครอบคลุมพื้นที่จวนสามสิบไร่
ประตูจวนไม่ต้องพูดถึงความอลังการเลยเพราะมันใหญ่มาก ใหญ่แบบเกวียนเข้าได้สองคันพร้อมกัน ประตูไม้สีดำทมิฬที่ให้ความรู้สึกดุดันน่าหวั่นเกรง ป้ายหน้าจวนถูกปลดออกไปแล้วเพราะที่นี่ถูกขาย ดูจากขนาดแล้วใหญ่พอสมควร
อี้ผิงมองเพียงด้านนอก นางพอใจจนยิ้มไม่หุบ มองมารดาด้วยความรู้สึกดีใจ บ้านใหม่ที่นี่น่าอยู่มาก ขนาดกว้างกว่าจวนเหอ ด้านหน้าคือแม่น้ำ ด้านหลังคือภูเขา อีกอย่างเจ้าเมืองบอกว่าด้านในมีลำธารน้ำขนาดเล็กไหลผ่าน หากจะคิดปลูกอะไรเพียงจ้างคนมาปรับให้กว้างขึ้นเท่านั้น ที่นี่น้ำไม่ขาดทั้งปีเหมาะสมกับการเพาะปลูก แต่เจ้าของจวนคนก่อนใช้ที่นี่ไว้เพาะเลี้ยงม้าขายกว่าห้าสิบตัว
ยิ่งอี้ผิงได้ยินนางยิ่งติดใจที่ดินผืนนี้ เคยเลี้ยงม้ามากถึงห้าสิบตัวแสดงว่าพวกมันเคยวิ่งเล่นบนผืนหญ้าแบบนี้ ปุ๋ยชั้นดีชัด ๆ
ถึงพื้นที่จะดูน้อยไปนิดสำหรับม้าทั้งห้าสิบตัว แต่อี้ผิงคิดว่าหลังสุดหรือด้านใดด้านหนึ่งต้องเป็นคอกม้าเก่าขนาดใหญ่ คอกม้าต้องมีมูลม้าเต็มไปหมด อี้ผิงสามารถพัฒนามันให้เป็นปุ๋ยหมักที่มีประสิทธิภาพได้
“อี้ผิงยิ้มเช่นนี้ชอบมากเลยหรือ”
อี้หลันอดที่จะถามบุตรสาวไม่ได้ ตั้งแต่ลงจากรถม้าบุตรสาวนางก็ยิ้มหน้าบาน มองจวนตรงหน้าจนไม่หุบยิ้ม
อี้ผิงหันไปหามารดา นางเดินเข้าไปใกล้ ๆ ประตูจวนก่อนจะลองใช้มืออ้วนป้อมของตนเองผลักประตู แต่ประตูมันใหญ่มากจึงไม่ขยับแม้แต่น้อย
คนที่เห็นต่างหัวเราะเอ็นดูให้กับความน่ารักของอี้ผิงที่ไร้เดียงสา
“คุณหนูอี้ผิง ประตูใหญ่นี้ต้องใช้กลไกในการเปิด ท่านตัวเล็กขนาดนี้คงเปิดไม่ได้”
คนของเจ้าเมืองเอ่ยด้วยความเอ็นดูเด็กสาวผิวขาวเนียนตัวเล็กน่ารักดั่งตุ๊กตาที่พยายามเปิดประตูด้วยตนเอง
อี้ผิงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองอยู่ในร่างของเด็กอายุเพียงแปดขวบ แล้วตัวนางก็ตัวเล็กกว่าเด็กที่เกิดปีเดียวกันพอสมควร คิดได้ก็มองที่นิ้วมือทั้งสิบที่ทั้งสั้นและอวบอ้วน นางหันกลับมาหามารดายิ้มอย่างเขินอาย
อี้หลันเดินเข้าไปอุ้มร่างบุตรสาวแล้วหอมแก้มไปทีหนึ่งด้วยความเอ็นดูกับความน่ารักของบุตรสาวตัวน้อยที่ดูรู้ความมากกว่าอายุ
“เจ้าตัวเล็กเพียงนี้ยังอยากออกแรง”
“ก็ข้าตื่นเต้นนี้เจ้าคะ ข้าอยากเห็นบ้านใหม่เราเร็ว ๆ อยากรู้ว่าข้าจะมีที่ให้วิ่งเล่นมากขนาดไหน”
อี้หลันบีบจมูกบุตรสาวแล้วพยักหน้าให้คนของเจ้าเมืองเปิดประตูจวนหลังใหญ่ให้ เมื่อประตูเปิดออกด้วยการใช้กลไกพิเศษ ภาพจวนหลังใหญ่ก็ปรากฏให้เห็น
แม้จะไม่มีคนอยู่แต่มันยังดูใหม่มากราวกับว่ามีคนเข้ามาดูแลรักษาไม่เว้นวัน ไม่ได้ร้างจนดูน่ากลัว ขนาดสวนดอกไม้ยังดูงดงามเรียบร้อย ด้านหลังจวนใหญ่ที่ตั้งด้านหน้ายังมีจวนขนาดกลางและเล็กถัดไปอีกหลายหลัง
“ฮูหยิน จวนหลังนี้ได้รับการดูแลอย่างดีมาตลอด แม้ว่าจะไม่มีคนอาศัย ถือว่าท่านเลือกได้ดีทีเดียว อีกอย่างพื้นที่มากมาย มีส่วนที่เป็นสวนผักเก่าอยู่แล้วด้วย การเป็นอยู่ไม่ยากลำบากแน่นอน”
อี้ผิงได้ฟังนางก็ตาโต มองไปรอบด้านด้วยความตื่นเต้น ท่าทางเหมือนคนที่ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต
“ท่านแม่ ที่นี่ข้าชอบมาก”
“แม่ก็ชอบ ต้องขอบคุณท่านมากที่พาเรามาส่งถึงที่”
“ไม่ใช่เรื่องลำบากขอรับ หากมีปัญหาใดไปพบข้าหรือส่งคนมาแจ้งข้าได้เลย ข้าจะมาแก้ไขให้ท่าน หรือต้องการความช่วยเหลือข้อแนะนำ ทางจวนเจ้าเมืองยินดีให้คำแนะนำทุกด้าน”
“ขอบคุณท่านลุงเจ้าค่ะ”
อี้ผิงพูดเสียงใส ใบหน้าเล็กน่ารักน่าชังยิ้มหวานจนตาหยี นางลงจากอ้อมกอดมารดาแล้ววิ่งไปยังสวนดอกไม้ด้วยท่าทางสนุกสนานสมวัย
อี้ผิงกลัวว่ามารดาจะสงสัยว่านางโตกว่าปกติ จึงทำตัวสดใสร่าเริงสมวัยมากหน่อย นางในโลกนี้เพียงแปดขวบ เป็นเด็กสาวที่ไม่เคยออกนอกจวน ไม่มีเพื่อน ไม่มีความสามารถพิเศษ
วัน ๆ นางเอาแต่อ่านหนังสือแล้วให้หมอตรวจอาการ มีอิสระควรใช้ให้คุ้ม แม้ว่าจะเป็นคนละโลกแต่ก็นับว่าดีที่ยังได้ใช้ชีวิตมีความสุขต่อ
แม่ลูกเดินเข้ามาด้านในเรือนหลังใหญ่ ยิ่งเห็นว่ามันดูดีมากขนาดไหน อี้ผิงยิ่งยิ้มกว้างมากขึ้น
จวนดูสะอาด ได้รับการดูแลอย่างดี ของตกแต่งบางชิ้นยังมีหลงเหลือ ไม่ต้องซื้อหาใหม่ทั้งหมด ราคาสี่พันตำลึงทองนับว่าคุ้มเกินคุ้ม
เนื้อไม้ยังแข็งแรงทนทานเหมือนเพิ่งถูกเปลี่ยนมาใหม่
“ท่านแม่ ท่านเหนื่อยจากการเดินทางมาหลายวัน ไปหาที่พักดีกว่าเจ้าค่ะ ส่วนเรื่องงานดูแลข้าจะแบ่งหน้าที่ให้พวกเขาเองเพราะข้าคิดมาแล้ว”
อี้หลันหันไปด้านหลังที่มีคนกว่าสิบยืนเรียงรายอยู่ นางไม่คิดว่าบุตรสาวจะซื้อตัวคนมาจำนวนมากขนาดนี้ แต่ว่าพอมาคิด ๆ ดูแลวก้ไม่นับว่ามากมายเพราะถือว่าเหมาะสมกับพื้อนที่จวนใหม่ดีแล้ว
“แม่เชื่อใจเจ้า ในเมื่อเจ้าเป็นคนออกความคิดจนเรามีวันนี้ แม่ให้เจ้าจัดการ แม่จะไปดูเรื่องเรือนที่พักทั้งของเจ้าและแม่แล้วกัน”
“เจ้าค่ะ ข้าจะทำหน้าที่ตนเองให้ดี เฟิงย่า จิวฮวา เจ้าตามมารดาข้าไปช่วยงานแล้วกัน”
“ไม่ให้พวกนางอยู่ช่วยเจ้าหรือ” ผู้เป็นมารดาเอ่ยถาม
“ท่านแม่ เฟิงย่ากับจิวฮวาข้าคิดว่าพวกนางเหมาะสมจะทำงานในเรือนเจ้าค่ะ อีกอย่างท่านแม่ก็เลือกพวกนางคนใดคนหนึ่งเป็นคนสนิทจะดี” นางบอกเสียงใส่ร่างเริงทันที
“เอาเถอะ แม่จะทำตามเจ้าว่า งานจะได้เดินเร็ว เรือนไม่ใช่น้อยคงใช้เวลากว่าสามวันถึงลงตัว พวกเจ้าถือของตามข้ามา”
อี้ผิงมองเงาหลังของมารดาที่เดินออกไป นางหันกลับมามองคนที่เหลือ ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการจัดสรรคนให้เหมาะกับงานเพื่อจะได้ไม่ติดขัดอะไร
“ท่านลุงเกา ต่อจากนี้ข้าให้อำนาจท่านลุงในฐานะพ่อบ้านของจวนดูแลทุกเรื่อง อู่รั่ว ในตอนนี้เจ้าดูแลสวนดอกไม้เป็นหลัก ช่วยงานท่านลุงเกาแล้วกัน รวมถึงดูแลพื้นที่โดยรอบจวน มี่ฮวา เจ้ามาทำงานกับข้าที่เรือน ท่านป้าจื่อหาน ท่านดูแลเรื่องในครัวและอาหารการกิน โดยให้จื่อฮุ่ย บุตรสาวท่านเป็นผู้ช่วย ส่วนพวกเจ้าอีกห้าคน หลี่ไห่ ต๋าต๋า ฉีเปา จางหยวน เซียวเจ๋อ พวกเจ้าดูแลสวนและงานเกษตร ข้าซื้อตัวพวกเจ้าจากตลาดค้าทาสมาก็จริง แต่ไม่ใช้แรงงานเปล่า ๆ ข้าจะมีค่าตอบแทนรายเดือนให้พวกเจ้าทุกคนตามสมควร อาหารสามมื้อ เสื้อผ้าเครื่องใช้จำเป็นคนละสามชุด เอาล่ะ แต่ก่อนจะเริ่มงานตามหน้าที่วันนี้จะต้องช่วยกันดูแลจวนให้เข้าที่เข้าทางเสียก่อน ท่านลุงเกาข้าให้ท่านแบ่งหน้าที่รวมถึงจัดการที่พักพวกเขา วันนี้ข้าสั่งอาหารมาหลายชุด คิดว่าเพียงพอ เรื่องอาหารเริ่มพรุ่งนี้เช้าแล้วกัน ท่านป้าจื่อ”
อี้ผิงแบ่งงานตามที่นางต้องการให้เหมาะสมกับหน้าที่ คนที่มีตอนนี้ สิบสองบวกนางกับมารดาเป็นสิบสี่ ถือว่าจำนวนก็ไม่มาก
“แล้วเรื่องป้ายจวนคุณหนูมีความคิดอ่านยังไง”
เกาสุ่ยถามเพราะเรื่องนี้ถือว่าจำเป็น พวกเขาซื้อจวนแล้วยังต้องมีป้าย ไม่เช่นนั้นจะถูกก้าวหาว่าร้ายได้ หรืออาจจะถูกเข้าใจผิดคิดว่าจวนนี้เป็นของเจ้าของคนเก่า
“ข้ามีชื่ออี้ผิง มารดาชื่ออี้หลัน เช่นนั้นต่อจากนี้ที่นี่คือจวนอี้ ท่านลุงเกา พรุ่งนี้เช้าจัดการเข้าเมืองไปสั่งทำป้ายได้เลย ให้ท่านป้าจื่อหานกับจื่อฮุ่ยไปด้วยเพราะต้องหาซื้อของสดและเครื่องใช้ในครัว และของใช้อื่น ๆ ที่จำเป็นต้องมีด้วย”
“ได้ขอรับ ข้าจะจัดการตามนั้น”
อี้ผิงเดินดูเรือนหลังใหญ่แล้วก็มองออกไปด้านหน้าที่มีสวนงดงาม ต้นไม้ใหญ่มากกว่ายี่สิบต้นถือว่าให้บรรยากาศรมรื่นน่านั่งเล่น อากาศไม่ร้อนสักนิด เย็นสบายทีเดียว
จากนี้นางไม่ใช่คุณหนูตระกูลเหอแล้ว
